จงตำมเรำมำ!

Teaching Legacy Letter
*First Published: 2018
*Last Updated: เมษายน 2026
10 min read
This teaching is not currently available in ไทย.
หากมีคนขอให้คุณอธิบายถึงชีวิตคริสเตียนด้วยค าเพียงสองค า คุณจะตอบว่าอะไร? ส าหรับผมแล้ว ผมจะ ตอบโดยไม่ลังเลเลยว่า: “ติดตามพระเยซู” ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของชีวิตคริสเตียน
ภาพตัวอย่างที่ชัดเจนของการติดตามพระเยซูเห็นได้จากการกลับใจใหม่ของมัทธิวคนเก็บภาษี (มัทธิว 9:9)
ขณะที่เขา ก าลังนั่งเก็บภาษีอยู่นั้น พระเยซูทรงด าเนินผ่านเขาและทรงตรัสเพียงสองค าง่ายๆ: “จงตามเรามา”
ปลายทาง ชีวิตนิรันดร์ของมัทธิวขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเขา แล้วเขาก็ลุกขึ้นติดตามพระองค์ไป
เงื่อนไขเบื้องต้นที่จ ำเป็นสองประกำร
อย่างไรก็ตาม ถ้าเราจะตัดสินใจที่จะตอบสนองเหมือนอย่างที่มัทธิวตอบสนองแล้วล่ะก็มีเงื่อนไขส าคัญสอง ประการที่เราจ าเป็นต้องยอมรับก่อนที่เราจะสามารถเริ่มติดตามพระองค์:
“ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะ ตัวเองและรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา” (มัทธิว 16:24)
เงื่อนไขแรก เราต้องปฏิเสธตนเอง เงื่อนไขที่สอง เราต้อง แบกกางเขนของเรา
การปฏิเสธคือการบอกว่าไม่ เราต้องพูดว่าไม่กับอัตตาที่ยึดมั่นถือมั่น เรียกร้อง และดื้อรั้นดันทุรังของเรา ให้ค าปฏิเสธของเราเลียนแบบค าอธิษฐานของพระเยซูที่เกทเสมนี: “อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์แต่ให้ เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด”3
เราจะรับเอากางเขนของเราได้ก็ต่อเมื่อเราปฏิเสธตนเองแล้วเท่านั้น มีผู้นิยามค าว่ากางเขนของเราไว้ว่า เป็นสถานที่ที่พระประสงค์ของพระเจ้าและความต้องการของเราสวนทางกัน อันที่จริงแล้ว มันคือสถานที่ ประหารชีวิตหรือแดนประหารนั่นเอง
ในโรม 6:6 เปาโลบอกเราว่าตัวเก่าของเราถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว (พระเยซู) ตัวเก่ามีธรรมชาติที่ดื้อรั้น และท าตามความพอใจของตนซึ่งเป็นธรรมชาติที่เราแต่ละคนได้รับผ่านการสืบเชื้อสายตกทอดต่อๆ กันมาจาก บรรพบุรุษคนเดียวกันของเรา นั่นก็คือ อาดัม
พระเจ้ามีทางออกเดียวให้กับตัวเก่าของเรา พระองค์ไม่ได้ใช้วิธีส่งตัวเก่าของเราไปที่คริสตจักรหรือไปเข้า ชั้นเรียนพระคัมภีร์ในวันอาทิตย์และไม่ได้ใช้วิธีสอนกฎทองค าหรือชี้แนะตัวเก่าของเราให้เข้าชั้นเรียนพัฒนา ตนเอง ทางออกของพระองค์นั้นเรียบง่ายแต่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด นั่นคือ ประหารตัวเก่าของเรา
ข่าวดีของพระกิตติคุณก็คือ การประหารตัวเก่าได้เกิดขึ้นแล้ว ณ วินาทีที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้ กางเขน ในเวลานั้นตัวเก่าของเราถูกตรึงไว้กับพระองค์ด้วย นี่คือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ดูธรรมดา แต่ มันเป็นความจริง ไม่ว่าเราจะรู้หรือเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่เราจะได้รับประโยชน์จากความจริงนี้ก็ต่อเมื่อเรารู้และ เชื่อเท่านั้น
รับค ำท้ำทำยจำกพระเจ้ำในควำมฝัน
ราวๆ ห้าสิบปีที่แล้ว ผมเคยจัดการประชุมประกาศข่าวประเสริฐเป็นประจ าที่ Speaker's Corner ในกรุง ลอนดอน (Speaker's Corner เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนไฮด์ปาร์กในกรุงลอนดอน ฝั ่งสถานีรถไฟใต้ดิน Marble Arch – ผู้ แปล) คืนหนึ่งในช่วงที่ผมยังคงจัดงานประกาศอยู่ที่นั่น ผมฝันเห็นชายคนหนึ่งก าลังเทศนาที่ Speaker's Corner มันเป็นความฝันที่ละเอียดชัดเจนมาก ค าเทศนาของชายคนนั้นมีเนื้อหาสาระดี แต่มีบางอย่างในรูปลักษณ์ของ เขาที่ผมไม่ชอบ ล าตัวของเขาคดงอ และดูเหมือนว่าเท้าของเขาก็หงิกงอผิดรูปด้วย แต่ผมก็ไม่ได้ให้ ความส าคัญอะไรพิเศษกับความฝันนั้น
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผมฝันแบบเดียวกันอีกไม่มีผิดเพี้ยน ผมจึงสรุปกับตัวเองว่า พระเจ้าก าลังตรัส อะไรบางอย่างกับผม “พระองค์เจ้าข้า” ผมถามพระองค์“ชายคนนั้นคือใคร?” ค าเทศนาของเขาดีมาก แต่มี บางอย่างในรูปร่างหน้าตาของเขาที่ผมไม่ชอบ เขาคือใครกันครับ?"
ค าตอบของพระเจ้ามาแบบฉับพลันทันทีตรงไปตรงมา: “เจ้าคือชายคนนั้น!” ชัดเจนว่าพระเจ้าทรงเรียกให้ ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองในบางเรื่องที่ส าคัญ แต่ผมไม่ทราบแน่ชัดว่ามันคืออะไร
เทศกาลอีสเตอร์ก าลังใกล้เข้ามา ขณะที่ผมก าลังนั่งใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงถูกตรึงที่กางเขน ผมเห็นภาพในจิตใจของผม เป็นภาพเสาไม้กางเขนสามเสาบนเนินเขา เสาไม้กางเขนตรงกลางสูงกว่าอีกสอง เสา
“เสากางเขนตรงกลางนั้นท าขึ้นมาให้ใคร?” พระวญิ ญาณบรสิุทธถิ์ามผม แต่แล้วพระองค์ทรงเตือนผมว่า “ระวังค าตอบของเจ้าให้ดี” ผมครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วก็ตอบว่า “เสากางเขนตรงกลางท าไว้ส าหรับบารับบัส – แต่สุดท้าย พระเยซูทรง เข้ามารับกางเขนนั้นแทนเขา”
“ถ้าอย่างนั้น พระเยซูก็เข้ามาแทนที่บารับบัส” พระวญิ ญาณบรสิุทธตรัสกับผมต่อ ิ์ “แต่เจ้าเคยบอกเราว่า พระเยซูแบกกางเขนแทนเจ้า”, “ใช่ครับ พระองค์มาแทนที่ผม” ผมตอบ “ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็คือ บารับบัส!”
ทันใดนั้นเอง ผมก็เข้าใจภาพนั้นอย่างกระจ่างแจ้ง: ชัดเจนเลยว่า เสากางเขนนั้นถูกเตรียมไว้ส าหรับอาชญากร อย่างผม มันถูกท าขึ้นมาตามขนาดตัวของผม ผมเองต่างหากที่ควรจะไปอยู่ตรงนั้น
ผมรู้สึกราวกับถูกบีบบังคับให้ประเมินตนเองเหมือนที่เปาโลประเมินตัวท่านเองในโรม 7:18: ด้วยว่า ข้าพเจ้ารู้ว่าในตัวข้าพเจ้า(คือในเนื้อหนังของข้าพเจ้า) ไม่มีความดีประการใดอยู่เลย. . . ผมเห็นลักษณะนิสัยของ ผมซึมซาบไปด้วยความเปื่อยเน่าของบาปไปทั่วทุกซอกทุกมุม ไม่มีสิ่งใดในตัวผมท่บีรสิุทธิ์ไม่มีความดีใดๆ ที่ ท าให้ผมสมควรได้รับพระกรุณาจากพระเจ้าได้เลย แล้วผมควรจะต้องตอบสนองอย่างไร?
ในโรม บทที่6 ข้อ 6 และ 13 ผมเห็นว่าเปาโลได้วางล าดับการตอบสนองไว้สี่ขั้นตอน:
ข้อ 6: ก่อนอื่น ผมต้องรู้ว่าธรรมชาติบาปของผมถูกประหารแล้ว ณ วินาทีที่พระเยซูสิ้นพระชนม์บน ไม้กางเขน นี่เป็นขั้นตอนแรกที่จ าเป็นที่สุดก่อนที่จะตามมาด้วยขั้นตอนอื่นๆ
ข้อ 11: ผมต้องนับว่า – ถือว่า – ผมเองได้ตายไปแล้วเหมือนดังที่พระเยซูได้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว
ข้อ 12: บนหลักการพื้นฐานที่ถือว่าตนเองได้ตายไปแล้ว ผมต้องปฏิเสธไม่ให้ความบาปครอบง าชีวิตผม ต่อไปอีกอย่างเด็ดขาด
ข้อ 13: ผมต้องรายงานตัวต่อพระเจ้าในฐานะของคนที่ฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว และผมต้องยอมให้ อวัยวะในร่างกายของผมเป็นเครื่องมือ – อาวุธ – แห่งความชอบธรรมอย่างแท้จริง การใช้ค าว่า อาวุธปลุกผมให้ตื่นตัวและตระหนักว่า ผมจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อต้านจากซาตาน
สำมสิ่งที่พระเจ้ำทรงจัดเตรียมไว้แล้ว
การที่เราจะได้รับการปลดปล่อยจากแอกของบาปอย่างสิ้นเชิงได้นั้น จ าเป็นที่จะต้องมีการจัดเตรียมจาก พระเจ้าสามประการ ก่อนอื่น พระเจ้าต้องจัดการกับบาปของเราก่อน – บาปทั้งหมดที่เราได้กระท าลงไป เพราะ พระเยซูได้ชดใช้โทษบาปของเราอย่างสมบูรณ์แล้วบนไม้กางเขน พระเจ้าจึงทรงสามารถให้อภัยเราได้โดยไม่ ท าให้ความยุติธรรมของพระองค์ลดลง ดังนั้น สิ่งแรกที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้เพื่อปลดปล่อยเราจากความบาป ก็คือ การให้อภัย
หลังจากนั้น พระเจ้าต้องจัดการกับธรรมชาติที่เสื่อมทรามในตัวเรา ซึ่งท าให้เราท าบาปเรื่องนั้นอีกเรื่อยๆ สิ่งที่พระเจ้าได้จัดเตรียมไว้เพื่อจัดการกับธรรมชาติที่เสื่อมทรามในชีวิตเราคือการประหารชีวิต – เพื่อประหาร ธรรมชาติบาปให้ตาย แต่ข่าวดีก็คือการประหารชีวิตได้เกิดขึ้นมานานกว่าสิบเก้าศตวรรษแล้ว ณ วินาทีที่พระ เยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
แต่ทว่า การปลดปล่อยเราจากบาปยังไม่จบลงแค่นั้น จุดประสงค์ของพระเจ้าคือการแทนที่มนุษย์เก่าที่อยู่ ในความบาปด้วยมนุษย์ใหม่ที่ทรงสร้างขึ้นเอง เอเฟซัส บทที่ 4 ข้อ 22 และ 24 อธิบายถึงการแทนที่มนุษย์เก่า ด้วยมนุษย์ใหม่ไว้ว่า:
“ท่านจงทิ้งมนุษย์เก่าของท่านซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย จงให้จิตใจของท่านเปลี่ยนใหม่ และให้ท่านสวมมนุษย์ใหม่ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้า ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง”
อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรนึกไปเองว่าตัวเก่าของเราจะยอมรับโทษประหารนี้โดยไม่ตอบโต้อะไร ตรงกันข้าม เลยครับ บางครั้งตัวเก่าของเรากลับจะพยายามต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงอ านาจในการควบคุมชีวิตเรา กลับคืน
เปาโลเขียนเตือนเราเรื่องนี้ไว้ในพระธรรมโคโลสีบทที่3 ในข้อ 3 เปาโลกล่าวว่า เพราะว่าท่านได้ตายแล้ว...แล้วในข้อ 5 เปาโลกล่าวต่อไปว่า “เหตุฉะนั้นจงประหาร อวัยวะของท่านซึ่งอยู่ฝ่ ายโลกนี้. . .” เราต้องยืนหยัดโดยเชื่อในความจริงที่ว่าตัวเก่าของเราได้ตายลงแล้ว และ เราต้องต่อสู้อย่างสุดก าลังเพื่อต้านทานตัวเก่าไม่ให้ช่วงชิงอ านาจควบคุมชีวิตเรากลับไปได้อีก
รำยกำรตรวจสอบฝ่ำยวิญญำณส่วนตวั
น่าเสียดายที่คริสเตียนที่จริงใจหลายๆ คนไม่เคยเข้าใจหรือใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมให้ พวกเขาไว้แล้วอย่างครบถ้วน พวกเขาเรียกร้อง – และยังคงเรียกร้องอยู่เรื่อยๆ – ที่จะได้รับการอภัยบาป พวก เขาไม่รู้ว่าพระเจ้าได้เตรียมการประหารมนุษย์เก่าและประทานมนุษย์ใหม่เข้ามาแทนที่มนุษย์เก่าไว้ให้พวกเขา แล้ว ด้วยเหตุนี้ชีวิตคริสเตียนของพวกเขาจึงวนเวียนเป็นวัฏจักรที่ซ ้าซากน่าเหนื่อยหน่าย: ท าบาป – กลับใจ – ให้อภัย – จากนั้นก็ท าบาปอีก...พวกเขาจึงไม่มีประสบการณ์รับการปลดปล่อยจากการครอบง าของธรรมชาติ บาปเดิมๆ จริงๆ สักที
การวิเคราะห์เรื่องการจัดเตรียมของพระเจ้าเพื่อปลดปล่อยเราจากบาปควรจะน าเราไปสู่การสร้างรายการ ตรวจสอบฝ่ายวิญญาณส่วนตัวของเรา โดยการถามตัวเองด้วยค าถามต่อไปนี้:
- ฉันแน่ใจอย่ำงไม่มีข้อสงสยัเลยหรือไม่ว่ำบำปของฉันทั้งหมดได้รับกำรอภัยแล้ว?
- ฉันได้รบั กำรปลดปล่อยให้เป็นอิสระจำกอ ำนำจครอบง ำของธรรมชำติฝ่ ำยเนื้อหนังของตวัเก่ำ ของฉันแล้วหรือไม่?
- ฉันได้สวมมนุษย์ใหม่ที่ถูกสร้ำงขึ้นในควำมชอบธรรมและควำม บริสุทธ์ิที่แท้จริงแล้วหรือไม่?
- ฉันก ำลังดำ เนินชีวิตติดตำมพระเยซูอยู่หรือไม่?
ภำพรำงๆ ของอนำคต
ผมขอสรุปคร่าวๆ ด้วยภาพรางๆ ของอนาคตจากพระธรรมวิวรณ์บทที่7 และ 14 เมื่อใกล้วาระสิ้นยุค พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมอิสราเอล 144,000 คนผู้ติดตามพระเมสสิยาห์ให้แก่พระองค์ เอง พระองค์จะส่งพวกเขาออกไปยังโลกที่ก าลังถูกซัดให้โซเซสั่นคลอนด้วยเหตุความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ และพวกเขาจะเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณจ านวนมากมายมหาศาลจนกระทั ่งไม่มีใครสามารถนับได้
พระธรรมวิวรณ์บทที่ 14 ข้อ 1 และ 5 บรรยายภาพ 144,000 คนเหล่านี้ หลังจากที่พวกเขาประสบ ความส าเร็จในภารกิจของพวกเขาอย่างผู้มีชัย – เป็นไปได้ที่เขาเหล่านั้นทุกคน – ปิดผนึกค าพยานชีวิตของ ตนด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของพวกเขาเอง ผู้มีพระนามของพระบิดาและพระบุตรเขียนไว้ที่หน้าผากของพวก เขา พวกเขาก าลังนมัสการพระเจ้าด้วยเพลงที่ฟังดูดุจเสียงสายน ้าไหลเชี่ยวและเสียงฟ้าร้องค ารามกึกก้อง – ไม่มีใครสามารถเรียนรู้เพลงบทนั้นได้
พวกเขาเป็นคนแบบไหนกันนะ? คุณสมบัติของพวกเขาถูกบรรยายไว้อย่างชัดเจน: พวกเขาเป็นคนบรสิุทธทิ์างเพศ ในปากของพวกเขาไม่ มีค าหลอกลวง พวกเขาไม่มีข้อบกพร่องเลย พวกเขาบรรลุคุณสมบัติที่ไร้ต าหนิด่างพร้อยได้อย่างไร? ค าตอบ ง่ายๆ: พวกเขาติดตามพระเมษโปดกไปในทุกๆ ที่ที่พระองค์เสด็จไป ค าตอบนี้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ – เหมือนอย่างที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผม – ให้มีใจปรารถนาอัน แรงกล้าที่จะติดตามพระเยซูอย่างใกล้ชิดมากขึ้นหรือไม่?
แล้วคุณล่ะ?
*Prayer Response
Dear Lord Jesus, I sense that by Your Holy Spirit you are calling me to follow You more closely. I long for this with my whole heart, but I am trapped in a cycle of sin. Please help me know with certainty that all my sins are forgiven, to be freed from the domination of my old carnal nature, and to learn how to put on the new man created in righteousness and holiness. Help me to deny myself, to take up my cross, and to follow You. In Your Name I pray, Amen.
รหัส: TL-L124-100-THA