Logo
Logo
Learn
หนังสือหลักสูตรพระคัมภีร์แหล่งข้อมูล
โครงการประกาศ (พันธกิจนอกสถานที่)เกี่ยวกับ
ประเทศไทย Flag Icon

เมนูู

  • หน้าหลัก
  • Learn +
    • โครงการประกาศ (พันธกิจนอกสถานที่)
    • เกี่ยวกับ +
      • การมีส่วนร่วม +
        • ติดต่อ +

            รับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (ebook) ฟรี

            เริ่มสะสมหนังสือของเดเร็ก ปรินซ์ของคุณด้วย eBook ฟรีเมื่อคุณสมัครรับจดหมายข่าวของเรา.

            คำสอนพระคัมภีร์ฟรี
            Logo
            Logo
            หน้าหลักLearnโครงการประกาศ (พันธกิจนอกสถานที่)เกี่ยวกับการบริจาค

            ลิขสิทธิ์ © 2026 เดเร็ค พรินซ์ มินิสทรีส์. สงวนลิขสิทธิ์

            ติดต่อความเป็นส่วนตัวลิขสิทธิ์Licensesแผ่นที่เว็บไซต์
            บ้าน
            แหล่งข้อมูล
            การดำเนินขีวิตของคุณกับพระเจ้า
            เราต้องเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตเอง

            เราต้องเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตเอง

            Derek Prince

            Teaching Legacy Letter

            6
            แบ่งปัน
            ฟัง
            ไทย

            *Article Language

            ส่งคำให้การ

            เสนอ

            ให้

            *First Published: 2012

            *Last Updated: มีนาคม 2026

            14 min read

            This teaching is not currently available in ไทย.

            ในจดหมายฉบับนี้ เดเร็ค พรินซ์ ได้นำเสนอข้อค⁠ว⁠า⁠มเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตคริสเตียนสี่ข้อที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ข่าวดีก็คือเดเร็คได้อธิบายค⁠ว⁠า⁠มจริงเหล่านี้เพิ่มเติมในวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างชีวิตและค⁠ว⁠า⁠มเข้าใจของคุณอย่างมาก ประโยชน์ส⁠ู⁠ง⁠ส⁠ุ⁠ดสำหรับคุณคืออะไร? ค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ของคุณกับพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูจะดียิ่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น หากสิ่งนี้ฟังดูดีสำหรับคุณ เชิญศึกษาต่อได้เลย ขอให้มีค⁠ว⁠า⁠มสุขกับการเรียนรู้!

            ในทุกค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างบุคคลสองคนจำเป็นต้องมีการสื่อสารสองทางกันอย่างสม่ำเสมอ หากปราศจากสิ่งนี้ ค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ดังก⁠ล⁠่⁠า⁠วก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ การแต่งงานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี ชายและหญิงอาจแต่งงานกันด้วยค⁠ว⁠า⁠มรักที่แท้จริงต่อกัน และค⁠ว⁠า⁠มปรารถนาอย่างจริงใจที่จะทำให้การแต่งงานข⁠อ⁠ง⁠พ⁠ว⁠ก⁠เ⁠ข⁠าประสบค⁠ว⁠า⁠มสำเร็จ แต่หากพวกเขาไม่สร้างและรักษาการสื่อสารระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอและอย่างมีเสรีภาพ ชีวิตแต่งงานข⁠อ⁠ง⁠พ⁠ว⁠ก⁠เ⁠ข⁠าก็จะเริ่มพังทลายลงในไม่ช้า สิ่งนี้ก็เป็นจริงเช่นเดียวกับค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ของคริสเตียนกับพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า หากไม่มีการสื่อสารสองทางที่เปิดเผยและสม่ำเสมอแล้ว ค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์นั้นย่อมไม่มีวันจะประสบค⁠ว⁠า⁠มสำเร็จ เราต้องเรียนรู้ที่จะพูดคุยกับพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าเป็นประจำ และยอมให้พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสกับเราเป็นประจำเช่นกัน

            พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสอย่างไร

            พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสกับเราอย่างไร? โดยเบื้องต้นแล้วผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ำที่เป็นลายลักษณ์อักษรของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ นั่นคือพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ พ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์เป็นพื้นฐานของทุกสิ่งที่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสโดยทั่วๆ ไปกับผู้เชื่อทุกคน นอกเหนือจากนี้ พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠ายังทรงมีสิ่งที่เฉพาะเจาะจงซึ่งพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงประสงค์จะตรัสกับเราแต่ละคนเป็นรายบุคคลด้วย แต่เราไม่มีสิทธิ์คาดหวังที่จะได้ยินจากพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าในลักษณะพิเศษเฉพาะบุคคล หากเรายังไม่ได้ค้นหาอย่างรอบคอบถึงทุกสิ่งที่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสกับเราทุกคนโดยทั่วๆ ไปผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ก่อน

            พ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์เป็นทั้งพื้นฐานของการสื่อสารที่แท้จริงจากพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า และเป็นมาตรฐานที่ต้องใช้ในการตรวจสอบการสื่อสารที่มาในรูปแบบอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม การอ่านพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ ใน 2โครินธ์ 3:6 (THSV11) เปาโลก⁠ล⁠่⁠า⁠วไว้ว่า “...ด้วยว่าตัวอักษรที่เขียนไว้นั้นทำให้ตาย แต่พระวิญญาณประทานชีวิต” หากปราศจากพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์แล้ว ทุกสิ่งที่เรามองเห็นบนหน้ากระดาษของพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์นั้นก็เป็นเพียงตัวอักษรที่ตายแล้ว แต่เมื่อตัวอักษรเหล่านี้กลายเป็นช่องทางการสื่อสารของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ เราจะไม่เพียงแค่มองเห็นตัวอักษรอีกต่อไป แต่เราจะได้ยินสิ่งเหล่านั้นในใจของเราเสมือนเป็นเสียงของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าที่ตรัสกับเราโดยตรงและเป็นการส่วนตัวด้วย

            เมื่อหลายปีก่อน ผมได้พิสูจน์เรื่องนี้อย่างน่าทึ่งด้วยประสบการณ์ของตัวผมเอง ในฐานะที่ผมเป็นนักปรัชญาโดยอาชีพ ผมตั้งต้นที่จะศึกษาพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ตามหลักวิชาการและการวิเคราะห์แบบเดียวกับที่ผมเคยศึกษางานปรัชญาอื่นๆ แต่ผมพบว่ามันเป็นหนังสือที่ไกลตัว น่าเบื่อ และไม่สามารถเข้าใจได้ มีเพียงค⁠ว⁠า⁠มสำนึกในหน้าที่เท่านั้นที่ทำให้ผมอ่านต่อไป หลังจากนั้นประมาณเก้าเดือน พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าทรงเปิดเผยพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูแก่ผมเป็นการส่วนตัวในฐานะพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ุ⁠ต⁠รของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า และเติมผมให้เต็มล้นด้วยพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ วันรุ่งขึ้นเมื่อผมเปิดพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์อีกครั้งเพื่ออ่านต่อ ผมก็ต้องรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลง มันเป็นราวกับว่ามีเพียงแค่คนสองคนในจักรวาลนี้เท่านั้น คือพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าและตัวผมเอง ทุกคำที่ผมอ่าน คือ สิ่งที่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสกับผมเป็นการส่วนตัว และนี่คือวิธีที่คริสเตียนทุกคนควรอ่านพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ของตนเอง

            ในการที่จะได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ตรัสกับเราผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์นั้น มีเงื่อนไขสำคัญบางประการที่เราจะต้องทำตาม

            จงละทิ้งทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง

            ก่อนอื่น เราต้องละทิ้งทัศนคติหรือค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง ยากอบก⁠ล⁠่⁠า⁠วไว้ว่า “เพราะฉะนั้นจงขจัดค⁠ว⁠า⁠มโสมมทุกอย่างและค⁠ว⁠า⁠มชั่วที่มีอยู่ดาษดื่น และด้วยใจที่สุภาพอ่อนโยน จงน้อมรับพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น” (ยากอบ 1:21 THSV11) ค⁠ว⁠า⁠มโสมมสามารถนิยามได้ว่าเป็น "จินตนาการที่ไม่สะอาดและไร้การควบคุม" ส่วนค⁠ว⁠า⁠มดื้อดึงคือ แนวโน้มที่จะโต้แย้งหรือตอบโต้กับพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับค⁠ว⁠า⁠มสุภาพอ่อนโยน ในทำนองเดียวกัน เปโตรก⁠ล⁠่⁠า⁠วว่า “เพราะฉะนั้น พวกท่านจงละทิ้งค⁠ว⁠า⁠มชั่วทุกอย่าง และการล่อลวงทุกรูปแบบ ค⁠ว⁠า⁠มไม่จริงใจ ค⁠ว⁠า⁠มอิจฉาริษยา และ การใส่ร้ายทุกชนิด...จงปรารถนาน้ำนมฝ่ายวิญญาณที่ไร้สิ่งเจือปน...” (1เปโตร 2:1–2) ข้างต้นคือรายการของทัศนคติที่ไม่ถูกต้องซึ่งต้องได้รับการจัดการเสียก่อน จึงจะได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าตรัสกับเราผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์อย่างที่ควรจะเป็น การละทิ้งทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้จะทำให้เราสามารถเข้าถึงพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ได้ด้วยจิตวิญญาณที่สุภาพอ่อนโยน และยอมรับการสอน

            ในมาระโก 10:14–15 พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูทรงวางเด็กเล็กๆ ไว้เป็นแบบอย่างในการน้อมรับค⁠ว⁠า⁠มจริงแห่งอาณาจักรของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า ลักษณะสำคัญของการตอบสนองของเด็ก ซึ่งพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูทรงเน้นย้ำในข้อนี้คือ การยอมรับการสอน หมายถึง ค⁠ว⁠า⁠มเต็มใจที่จะเรียนรู้อย่างเปิดเผยโดยปราศจากอคติหรือค⁠ว⁠า⁠มคิดที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า ในสดุดี 25:5 กษัตริย์ด⁠า⁠ว⁠ิ⁠ดทรงอธิษฐาน ซึ่งคำอธิษฐานนี้อาจเป็นแบบอย่างสำหรับเราทุกคนในขณะที่เราเปิดพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์อ่าน คือ “ขอทรงนำข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ไปในค⁠ว⁠า⁠มจริงของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ และขอทรงสอนข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ เพราะพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงเป็นพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าแห่งค⁠ว⁠า⁠มรอดของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์รอคอยพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์อยู่วันยังค่ำ" คำว่า "รอคอย" บ่งบอกถึงค⁠ว⁠า⁠มคาดหวังด้วยท่าทีที่สงบและอดทน การได้ยินจากพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ำของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์นั้นมีค⁠ว⁠า⁠มสำคัญมาก จึงต้องได้รับการจัดให้อยู่ในลำดับที่สำคัญในชีวิตส่วนตัวของเรา

            จงจัดระเบียบภาระผูกพันของคุณ

            ในคำอธิษฐานของโมเสส บุรุษผู้ย⁠ิ⁠่⁠ง⁠ใ⁠ห⁠ญ⁠่ของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าอีกท่านหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงแนวคิดในเรื่องการจัดระเบียบนี้ได้เป็นอย่างดี คือ “ขอทรงสอนข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทั้งหลายให้นับวันของตน เพื่อพวกข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะมีจิตใจที่มีปัญญา” (สดุดี 90:12 THSV11) หรืออีกนัยหนึ่ง โมเสสก⁠ล⁠่⁠า⁠วว่า ขอทรงช่วยเราในการจัดระเบียบกิจกรรมหรือภาระผูกพันต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน เพื่อเราจะมีเวลาที่จำเป็นสำหรับการรับฟังพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า และรับปัญญาที่แท้จริงซึ่งมาจากพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ได้เพียงผู้เดียว "เพราะพระยาเวห์ประทานปัญญา และจากพระโอษฐ์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ค⁠ว⁠า⁠มรู้กับค⁠ว⁠า⁠มเข้าใจก็ออกมา" (สุภาษิต 2:6 THSV11)

            จงเป็นผู้ประพฤติตามพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะ

            อย่างไรก็ตาม ดังที่ยากอบได้เตือนเราไว้ในจดหมายของท่านว่า แค่เพียงแต่ฟังพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าอย่างเดียวเท่านั้นไม่เพียงพอ “แต่จงเป็นผู้ประพฤติตามพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น ม⁠ิ⁠ฉ⁠ะ⁠น⁠ั⁠้⁠นจะเป็นการหลอกตัวเอง”(ยากอบ 1:22 THSV11) ท่านยังบอกต่อไปด้วยว่า การได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าก็เหมือนกับการส่องกระจกเงา พ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ำแสดงให้เราเห็นด้านต่างๆ ในชีวิตของเราที่ไม่เป็นที่พอพระทัยพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว เราจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ก็ต่อเมื่อเราทำการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขปรับปรุงตามที่กระจกเงาได้แสดงให้เราเห็นถึงสิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยน

            ในยอห์น 7:17 (THSV11) พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูประทานคำสัญญาซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำค⁠ว⁠า⁠มเข้าใจหลักคำสอนในพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ว่า “ถ้าใครตั้งใจประพฤติตามพ⁠ร⁠ะ⁠ป⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ง⁠ค⁠์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ คนนั้นก็จะรู้ว่าคำสอนนี้มาจากพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า หรือว่าเราพูดตามใจชอบเอง” ค⁠ว⁠า⁠มรู้ค⁠ว⁠า⁠มเข้าใจในหลักคำสอนจะถูกมอบให้เฉพาะผู้ที่เต็มใจทำตามสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากคำสอนเท่านั้น การเชื่อฟังนำเราไปสู่ค⁠ว⁠า⁠มจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่การไม่เชื่อฟังปิดกั้นค⁠ว⁠า⁠มจริงและทำให้เราหลงไปสู่ค⁠ว⁠า⁠มเชื่อที่ผิดได้

            จงอธิษฐาน

            การอ่านพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ด้วยวิธีที่ก⁠ล⁠่⁠า⁠วมานี้ทำให้เราได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า แต่นี่เป็นวิธีการสื่อสารของเรากับพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งประกอบด้วยการอธิษฐาน ในบทเพลงซาโลมอน เจ้าบ่าวพูดกับเจ้าสาวว่า “โผล่หน้ามาให้ยลโฉมหน่อยเถิด ขอให้ได้ยินเสียงของเธอ เพราะเสียงของเธอหวานจับใจ และใบหน้าของเธอก็งามน่ารัก (เพลงซาโลมอน 2:14 TNCV) นี่เป็นการแสดงออกถึงทัศนคติของพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ต⁠์ที่มีต่อผู้เชื่อของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ก⁠ล⁠่⁠า⁠วคือ พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงปรารถนาที่จะได้ยินเสียงของเราและมีค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ส่วนตัวอย่างลึกซึ้งกับเรา เมื่อเรามาหาพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าด้วยการอธิษฐาน เราต้องจำไว้เสมอว่าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะไม่ทรงเมินเฉยต่อเรา หรือไม่ทรงเป็นผู้ที่เราเข้าถึงไม่ได้ ตรงกันข้าม พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงรักที่จะได้ยินและตอบคำอธิษฐานของเรา

            ค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ คือ กุญแจสำคัญ

            การอธิษฐานมีมากกว่าการวิงวอนซึ่งเป็นเพียงรายการของคำขอที่เรานำมาทูลต่อพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า หากเรากลับมาพิจารณารูปแบบคำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าอีกครั้ง เราจะเห็นว่าครึ่งแรกของคำอธิษฐานนั้นทำหน้าที่ในการสร้างทัศนคติของเราให้ถูกต้องต่อพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า หลังจากนั้นเราจึงได้รับการสนับสนุนให้นำคำวิงวอนของเรามาทูลขอ แล้วท้ายที่สุด พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูทรงย้ำเตือนเราว่า “พ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านจะทูลขอต่อพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์” (มัทธิว 6:8 THSV11) สิ่งสำคัญในการอธิษฐานไม่ได้อยู่ที่การทูลให้พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าทรงทราบถึงค⁠ว⁠า⁠มต้องการของเรา ซึ่งพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงทราบอยู่ก่อนแล้ว แต่เป้าหมายคือ การสร้างค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์กับพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จนเรามั่นใจในการจัดเตรียมของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ตามค⁠ว⁠า⁠มจำเป็นของเรา

            หากเราพ⁠ึ⁠่⁠ง⁠พ⁠าแค่เพียงค⁠ว⁠า⁠มสามารถของเราเอง จะไม่มีใครสามารถอธิษฐานแบบที่เราควรอธิษฐานได้ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าจึงได้ทรงประทานค⁠ว⁠า⁠มช่วยเหลือที่เราต้องการในการอธิษฐานผ่านบุคคลเดียวกันกับที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงแต่งตั้งให้แปลค⁠ว⁠า⁠มหมายของพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์เพื่อเรา นั่นก็คือพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ ในโรม 8:26–27 เปาโลอธิบายถึงบทบาทของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ที่ทรงมีส่วนในคำอธิษฐานของเราว่า

            “ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขออะไรอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทน ด้วยการคร่ำครวญซึ่งไม่อาจก⁠ล⁠่⁠า⁠วเป็นถ้อยคำ และพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบค⁠ว⁠า⁠มหมายของพระวิญญาณ เพราะว่าพระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามพ⁠ร⁠ะ⁠ป⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ง⁠ค⁠์ของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า” (THSV11)

            ในที่นี้เปาโลก⁠ล⁠่⁠า⁠วถึงค⁠ว⁠า⁠มอ่อนแอ (ในพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์ KJV ภาษาอังกฤษใช้คำว่า 'ค⁠ว⁠า⁠มบกพร่อง') หากดูค⁠ว⁠า⁠มหมายตามบริบทแล้ว เปาโลไม่ได้หมายค⁠ว⁠า⁠มถึงค⁠ว⁠า⁠มเจ็บป่วยทางร่างกายทุกรูปแบบ แต่หมายถึงค⁠ว⁠า⁠มอ่อนแอที่มีอยู่ในธรรมชาติฝ่ายเนื้อหนังของเรา ค⁠ว⁠า⁠มอ่อนแอนี้แสดงออกมาในสองสถานการณ์คือ บางครั้งเรารู้ว่าเราควรอธิษฐาน แต่ไม่รู้ว่าจะอธิษฐานเผื่อสิ่งใด หรือบางครั้งเรารู้ว่าจะอธิษฐานเผื่อสิ่งใด แต่ไม่รู้ว่าจะอธิษฐานอย่างไร ทั้งนี้พ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์จะทรงจัดเตรียมค⁠ว⁠า⁠มช่วยเหลือที่เราต้องการตามแต่ละสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ โดยแสดงให้เราเห็นว่าจะอธิษฐานอย่างไร และอธิษฐานขอสิ่งใด คำอธิษฐานเดียวที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเราสามารถถวายแด่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าได้ คือคำอธิษฐานที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เองทรงประทานแก่เราก่อนผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์

            ได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณ

            การพ⁠ึ⁠่⁠ง⁠พ⁠าพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ของเรายังคงดำเนินต่อไปอีก ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงการเข้าใจพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์หรือการรู้วิธีอธิษฐานเท่านั้น แต่พ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ทรงเป็นผู้นำทางที่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าทรงแต่งตั้งไว้เพื่อนำเราในทุกช่วงของชีวิตคริสเตียนของเรา ก⁠ล⁠่⁠า⁠วคือ “เพราะว่าพระวิญญาณของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าทรงนำใคร คนนั้นก็เป็นบุตรของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า” (โรม 8:14 THSV11) ดังนั้นเราจึงพบว่า ตัวเรามีค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์กับพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ในสองรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับสัญลักษณ์สองประการของการเป็น "ประตู” และ “ทาง” ที่ก⁠ล⁠่⁠า⁠วถึงในจดหมายคำสอนของเราฉบับที่แล้ว (ดูมัทธิว 7:14) การที่จะเป็นบุตรของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠านั้น เราต้องบังเกิดจากพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ (ดูยอห์น 1:12-13; 3:1–8) ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่ "ประตู" หลังจากนั้น เพื่อที่จะดำเนินชีวิตในฐานะบุตรของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า เราต้องได้รับการทรงนำโดยพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ ซึ่งหมายถึงการดำเนินไปใน "ทาง" นั้น

            การล่อลวงที่แนบเนียนจะเข้ามาเผชิญหน้ากับเราหลังจากที่เราได้เข้าสู่ประตูแห่งการบังเกิดใหม่แล้ว คือ การนำเอากฎเกณฑ์ทางศาสนามาแทนที่การทรงนำที่เป็นส่วนตัวของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ เช่น เราพูดกับตัวเองว่า “ถ้าฉันอธิษฐานและอ่านพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ั⁠ม⁠ภ⁠ี⁠ร⁠์วันละหนึ่งชั่วโมง หรือ ถ้าฉันไปโบสถ์และถวายสิบลดเป็นประจำ หรือ ถ้าฉันหลีกเลี่ยงค⁠ว⁠า⁠มสนุกสนานหรือค⁠ว⁠า⁠มบันเทิงบางอย่าง - แล้วฉันก็จะมีชีวิตคริสเตียนที่ประสบค⁠ว⁠า⁠มสำเร็จ” แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น! กฎเกณฑ์เช่นนี้และอื่นๆ อีกมากมายอาจเป็นสิ่งที่ดีและน่าปรารถนาที่จะทำตาม แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถมาทดแทนการสามัคคีธรรมและการทรงนำที่เป็นส่วนตัวของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ได้เลย

            ในค⁠ว⁠า⁠มเป็นจริงแล้ว การที่เราวางใจในกฎเกณฑ์ทางศาสนานั้นก็เท่ากับว่าเรากำลังไม่ให้เกียรติพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ หากกฎเกณฑ์สามารถทำทุกอย่างที่จำเป็นให้เราได้ แล้วเหตุใดพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าจึงประทานพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เองแก่เราเล่า? นี่เป็นค⁠ว⁠า⁠มผิดพลาดที่ชาวกาลาเทียได้กระทำเมื่อเปาโลเขียนถึงพวกเขาว่า “ท่านทั้งหลายเขลาถึงเพียงนั้นทีเดียวหรือ? พวกท่านเริ่มต้นด้วยพระวิญญาณ แต่จะจบลงด้วยเนื้อหนังกระนั้นหรือ?” (กาลาเทีย 3:3 THSV11) งานที่พ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ทรงตั้งต้นกระทำในชีวิตของเรานั้น มีเพียงพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถกระทำให้สำเร็จได้

            พ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์

            เมื่อเผชิญกับค⁠ว⁠า⁠มจำเป็นที่ต้องนำโดยพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์คริสเตียนมักจะตอบสนองว่า “แต่ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์กำลังทรงนำฉันอยู่จริงๆ? ฉันจะจำพ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ได้อย่างไร” บางครั้งผมรับมือกับคำถามแบบนี้ด้วยการตั้งคำถามกลับไปว่า “ถ้าโทรศัพท์ดังขึ้นและผมรับสาย ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าภรรยาของผมคือผู้ที่อยู่ปลายสายนั้น? ผมจะจำเสียงของเธอได้อย่างไร” แน่นอน ค⁠ำ⁠ต⁠อ⁠บคือผมจำเสียงภรรยาของผมได้ เพราะผมรู้จักภรรยาของผม ค⁠ว⁠า⁠มใกล้ชิดสนิทสนมกับภรรยาของผมทำให้ผมจำเสียงของเธอได้อย่างง่ายดาย

            เช่นเดียวกับค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ของเรากับพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ การที่เราจะสามารถจำพ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพระวิญญาณได้นั้น เราจำต้องสร้างค⁠ว⁠า⁠มใกล้ชิดสนิทสนมกับองค์พระวิญญาณเอง คริสเตียนจำนวนมากไม่ได้เห็นคุณค่าพระลักษณะของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ พวกเขาตระหนักดีว่าพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าเจ้าทรงเป็นบุคคล และพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ต⁠์พ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ุ⁠ต⁠รทรงเป็นบุคคล แต่พวกเขามองไม่เห็นว่าพระวิญญาณทรงเป็นเช่นนั้นด้วย ทั้งๆ ที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงมีค⁠ว⁠า⁠มเป็นบุคคลมากพอๆ กับพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าและพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ุ⁠ต⁠ร เราจำเป็นต้องรู้จักพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ในลักษณะที่เป็นส่วนตัวโดยตรงแบบเดียวกับที่เรารู้จักกับพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าและพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ุ⁠ต⁠ร

            ยิ่งเรารู้จักพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ดีขึ้นเท่าไร เราก็จะได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น และจำการทรงนำของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ในรูปแบบต่างๆ ได้ เมื่อคู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันมานานเพียงพอ พวกเขาจะพัฒนาวิธีสื่อสารกันโดยไม่ต้องใช้ค⁠ำ⁠พ⁠ู⁠ดเลย เช่น ค⁠ว⁠า⁠มเงียบ การขมวดคิ้ว การบีบเบาๆ หรือลักษณะการมองแบบพิเศษ สิ่งเหล่านี้สามารถถ่ายทอดค⁠ว⁠า⁠มหมายได้มากกว่าการสื่อสารออกมาเป็นประโยคเสียอีก

            สิ่งเดียวกันนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ของเรากับพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ไม่ทรงออกคำสั่งด้วยวาจาเสมอไป พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงมีวิธีต่างๆ มากมายในการโน้มน้าวหรือชี้นำเรา เช่น คำเตือนที่เกิดขึ้นภายในใจของเรา การเงียบที่แสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ การหนุนน้ำใจที่เต็มไปด้วยค⁠ว⁠า⁠มอบอุ่น การสะกิดที่กระตุ้นเราให้กระทำบางอย่างโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน ยิ่งเรารับรู้ได้ไวต่อการทรงนำของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์มากเท่าไร เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตในโลกด้วยสันติสุขและค⁠ว⁠า⁠มมั่นใจในฐานะบุตรที่แท้จริงของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

            จะเกิดอะไรขึ้นหากเราสะดุด?

            สมมติว่าเราสะดุดในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเรา และถึงกับล้มลง! นั่นหมายค⁠ว⁠า⁠มว่าเราล้มเหลวและเราไม่สามารถทำอะไรกับสิ่งนี้ได้เลยใช่หรือไม่? ไม่แน่นอน! ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำแห่งการหนุนน้ำใจจากกษัตริย์ด⁠า⁠ว⁠ิ⁠ด:

            “พ⁠ร⁠ะ⁠ย⁠า⁠ห⁠์⁠เ⁠ว⁠ห⁠์ทรงนำย่างเท้าคนใดให้มั่นคง ก็คนนั้นแหละที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์พอพระทัยทางของเขา แม้เขาสะดุด เขาจะไม่ล้มลง เพราะพ⁠ร⁠ะ⁠ย⁠า⁠ห⁠์⁠เ⁠ว⁠ห⁠์ทรงยุดมือเขาไว้” (สดุดี 37:23–24; THSV11)

            ด⁠า⁠ว⁠ิ⁠ดได้เขียนคำเหล่านี้จากประสบการณ์ของตนเอง ท่านรู้ดีว่าการล้มลงนั้นเป็นอย่างไร มีช่วงเวลาหนึ่งที่ท่านได้ล่วงประเวณีกับภรรยาของเพื่อนคนหนึ่ง จากนั้นเพื่อปกปิดค⁠ว⁠า⁠มผิดของท่าน ท่านได้จัดการกับชายผู้ที่ท่านได้ล่อลวงภรรยาของเขามาให้ถึงแก่ค⁠ว⁠า⁠มตาย ชั่วขณะหนึ่งท่านได้พยายามซ่อนค⁠ว⁠า⁠มบาปของท่านไว้ แต่ด้วยพระเมตตาของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงนำทุกอย่างออกมาสู่ค⁠ว⁠า⁠มสว่างผ่านงานรับใช้ของผู้เผยพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะนาธาน และโดยการสารภาพบาปและการกลับใจใหม่ ในที่สุดด⁠า⁠ว⁠ิ⁠ดก็ได้รับการให้อภัยและได้กลับคืนสู่สภาพดีดังเดิม (ดู 2ซามูเอล บทที่ 11 และ 12)

            ค⁠ว⁠า⁠มเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทั้งทางร่างกายและทางอารมณ์ที่ด⁠า⁠ว⁠ิ⁠ดต้องเผชิญก่อนที่ท่านจะเต็มใจสารภาพบาปนั้นมีอธิบายไว้อย่างชัดเจนใน สดุดี 32:3–5 (THSV11) ว่า

            “เมื่อข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ไม่สารภาพบาป ร่างกายของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ก็ทรุดโทรมไป โดยการคร่ำครวญวันยังค่ำ พระหัตถ์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์หนักอยู่บนข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทั้งวันทั้งคืน กำลังของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ก็เหือดแห้งไปอย่างกับถูกค⁠ว⁠า⁠มร้อนในหน้าแล้ง ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์สารภาพบาปของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ต่อพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ และข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์มิได้ปกปิดค⁠ว⁠า⁠มชั่วของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ไว้ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทูลว่า “ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะสารภาพการละเมิดของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ต่อพ⁠ร⁠ะ⁠ย⁠า⁠ห⁠์⁠เ⁠ว⁠ห⁠์” แล้วพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงอภัยค⁠ว⁠า⁠มบาปชั่วของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ "

            ขอบคุณพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าสำหรับวลีสุดท้ายในพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะนั้น “พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงอภัย!” อย่าปล่อยให้มารชักชวนให้คุณคิดว่า คุณทำผิดมากเกินไปแล้ว หรือว่าบาปของคุณนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าจะทรงให้อภัยคุณได้ ให้จำไว้ว่า มารคือ “ผู้ก⁠ล⁠่⁠า⁠วโทษ” ของคริสเตียนทุกคน (ดูวิวรณ์ 12:10) จุดมุ่งหมายของมันคือทำให้เรารู้สึกผิด ไม่คู่ควร และพ่ายแพ้อยู่เสมอ แต่พ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าทรงจัดเตรียมการให้อภัยและการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ไว้สำหรับเราแล้ว

            การจัดเตรียมของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าสำหรับเรื่องค⁠ว⁠า⁠มบาปในชีวิตของผู้เชื่อนั้น ได้รับการเปิดเผยไว้ใน 1 ยอห์น 2:1 (THSV11) โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน ก⁠ล⁠่⁠า⁠วคือ “ลูกของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าเขียนข้อค⁠ว⁠า⁠มเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลายเพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป” นี่เป็นส่วนแรกของบทบัญญัติ: “เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป” โดยค⁠ว⁠า⁠มเชื่อในพระคุณและฤทธิ์อำนาจของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠านั้น มีค⁠ว⁠า⁠มเป็นไปได้ที่เราจะดำเนินชีวิตโดยเป็นอิสระจากการครอบงำของบาป (ดูโรม 6:1–14) อย่างไรก็ตาม ยอห์นได้ก⁠ล⁠่⁠า⁠วต่อไปว่า “และถ้าใครทำบาป เราก็มีผู้ช่วยทูลขอพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าเพื่อเรา คือพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมนั้น” นี่เป็นส่วนที่สองของการจัดเตรียมของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า ก⁠ล⁠่⁠า⁠วคือ หากเราทำบาป เราเพียงแต่กลับใจใหม่ด้วยค⁠ว⁠า⁠มอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูคริสต์ผู้ช่วยทูลขอพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าเพื่อเรา พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงรับเรื่องของเรามาทูลต่อพ⁠ร⁠ะ⁠บ⁠ิ⁠ด⁠าเจ้า และจะทรงนำการให้อภัยและการชำระให้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์มาให้แก่เรา ก⁠ล⁠่⁠า⁠วคือ “ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรงอภัยบาปของเรา และทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:9; THSV11)

            เมื่อได้รับการอภัยและชำระให้สะอาดแล้ว เราก็สามารถเริ่มต้นการดำเนินชีวิตคริสเตียนได้อีกครั้ง โดยปราศจากค⁠ว⁠า⁠มรู้สึกผิดหรือค⁠ว⁠า⁠มรู้สึกด้อยค่าใดๆ เราต้องไม่คำนึงถึงค⁠ว⁠า⁠มเชื่อของเรามากกว่าค⁠ว⁠า⁠มสัตย์ซื่อของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠า

            “ข้าพเจ้าแน่ใจอย่างนี้ว่าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ผู้ทรงเริ่มต้นการดีไว้ในพวกท่าน จะทรงทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ูคริสต์” (ฟิลิปปี 1:6; THSV11)
            “พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นซื่อสัตย์ และพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงทำให้สำเร็จ” (1 เธสะโลนิกา 5:24; THSV11)

            คำอธิษฐานของการให้คำมั่นสัญญา

            ในเวลานี้ คุณอาจรู้สึกได้ถึงค⁠ว⁠า⁠มปรารถนาที่จะผูกพันตัวในค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ของคุณกับพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠จ⁠้⁠าอย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น นั่นเป็นค⁠ว⁠า⁠มปรารถนาที่ดี และคุณมั่นใจได้เลยว่าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงต้องการดำเนินไปกับคุณอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และเพื่อให้คุณได้แสดงค⁠ว⁠า⁠มปรารถนาดังก⁠ล⁠่⁠า⁠วออกมาเป็นค⁠ำ⁠พ⁠ู⁠ด ผมขอเชิญชวนเราปิดท้ายจดหมายคำสอนฉบับนี้ด้วยการอธิษฐานร่วมกัน

            *Prayer Response

            ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ค⁠ว⁠า⁠มปรารถนาของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ คือ การที่จะดำเนินชีวิตไปกับพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ในค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ปรารถนาที่จะได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ตรัสกับข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ผ่านทางพ⁠ร⁠ะ⁠ค⁠ำของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ปรารถนาที่จะได้ยินพ⁠ร⁠ะ⁠ส⁠ุ⁠ร⁠เ⁠ส⁠ี⁠ย⁠งของพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠ิ⁠ญ⁠ญ⁠า⁠ณ⁠บ⁠ร⁠ิ⁠ส⁠ุ⁠ท⁠ธ⁠ิ⁠์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ และปรารถนาที่จะได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณไปสู่ทุกสิ่งที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงประสงค์สำหรับชีวิตของข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ขอให้คำมั่นสัญญาที่จะละทิ้งทัศนคติใดๆ ก็ตามที่ขัดขวางกระบวนการนี้ และจะเข้าหาพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์และพ⁠ร⁠ะ⁠ว⁠จ⁠น⁠ะของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ด้วยจิตวิญญาณที่อ่อนน้อมถ่อมตนและยอมรับการสอน

            ด้วยค⁠ว⁠า⁠มช่วยเหลือของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เข้าใกล้ชิดพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์มากขึ้นในค⁠ว⁠า⁠มสัมพันธ์นี้ และเพื่อให้พระวิญญาณของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ทรงนำในการสามัคคีธรรมและการให้คำแนะนำที่เป็นการส่วนตัวไปสู่ค⁠ว⁠า⁠มใกล้ชิดสนิทสนมมากยิ่งขึ้น พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เจ้าข้า หากข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์สะดุด ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ขอบพระคุณที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงพยุงข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์เมื่อข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์กลับใจใหม่มาหาพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์

            ขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงกระทำให้การดีที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ได้ทรงเริ่มต้นไว้ในข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์นั้นสำเร็จ พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงกระทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ชื่นชมยินดีในค⁠ว⁠า⁠มสัตย์ซื่อของพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ และขอบพระคุณอย่างยิ่งที่พ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์จะทรงนำข้าพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์ให้เข้าใกล้ชิดพ⁠ร⁠ะ⁠อ⁠ง⁠ค⁠์มากขึ้นและมากขึ้น ในนามของพ⁠ร⁠ะ⁠เ⁠ย⁠ซ⁠ู อาเมน

            ฉันได้อธิษฐานแล้ว
            6
            แบ่งปัน
            Expand Content

            What People Say

            See how เราต้องเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตเอง has impacted lives across the globe.

            "I've applied the Biblical principles on family relationships from this teaching, and it has completely restored harmony in our home. My teenagers and I now have meaningful conversations about faith, and my marriage has been strengthened in ways I never thought possible."
            Elena R., Brazil
            "The teachings on spiritual warfare completely transformed my approach to daily challenges. I used to feel overwhelmed by life's obstacles, but now I understand how to stand firm in faith. This teaching gave me practical tools I use every single day."
            Sarah K., California
            "After 20 years of struggling with unforgiveness, the Biblical principles shared in this teaching helped me release the bitterness I had been carrying. The step-by-step approach to forgiveness wasn't just theory—it actually worked in my life when nothing else had."
            Michael T., United Kingdom
            "As a new Christian, I was confused about many aspects of faith. These teachings provided clear, Scripture-based explanations that helped build my foundation. I'm especially grateful for how the content made complex concepts accessible without watering down the truth."
            Priya M., India
            "The teaching on God's sovereignty during difficult times came to me exactly when I needed it most. After losing my job and facing health challenges, this message reminded me that God remains in control. It gave me hope when I had none left."
            James L., Australia
            "I've applied the Biblical principles on family relationships from this teaching, and it has completely restored harmony in our home. My teenagers and I now have meaningful conversations about faith, and my marriage has been strengthened in ways I never thought possible."
            Elena R., Brazil
            "The teachings on spiritual warfare completely transformed my approach to daily challenges. I used to feel overwhelmed by life's obstacles, but now I understand how to stand firm in faith. This teaching gave me practical tools I use every single day."
            Sarah K., California
            Ad Image

            *Free download

            *This Teaching Letter is available to download, print and share for personal or church use.

            ดาวน์โหลด PDF

            รหัส: TL-L089-100-THA

            ของขวัญ
            ให้
            ส่งคำติชม